ความเป็นมา
รัฐบาลได้แถลงนโยบายการศึกษาต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2549 ว่า ในการเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษาโดยยึดคุณธรรมนำความรู้ มุ่งมั่นที่จะขยายโอกาสทางการศึกษาของประชาชนให้กว้างขวางและทั่วถึง โดยคำนึงถึงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา
ทุกระดับ และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 39 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ให้กระทรวงศึกษาธิการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารงานทั่วไป ไปยังคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา และสถานศึกษาโดยตรง เพื่อให้สถานศึกษามีความอิสระคล่องตัว สามารถบริหารจัดการศึกษาในสถานศึกษาได้สะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ โดยนำแนวคิดการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน และมุ่งกระจายอำนาจจากส่วนกลางและเขตพื้นที่การศึกษาไปยังสถานศึกษา ทั้งนี้เน้นการบริหารแบบมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
หลักสำคัญในการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา
1. ความพร้อมและความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ที่จะสามารถรับผิดชอบดำเนินการตามขีดความสามารถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ความสอดคล้องกับกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศหรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะกระจายอำนาจ
3. ความเป็นเอกภาพด้านมาตรฐานและนโยบายด้านการศึกษา
4. ความเป็นอิสระและความคล่องตัวในการบริหารและการจัดการศึกษา
5. มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่
6. มุ่งเน้นให้เกิดผลสำเร็จแก่สถานศึกษา โดยเน้นการกระจายอำนาจให้แก่สถานศึกษามากที่สุดเพื่อให้สถานศึกษานั้นมีความเข้มแข็งและความคล่องตัว
7. เพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพให้แก่สถานศึกษา
8. เพื่อให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องนั้น ๆ โดยตรง
การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ
เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ไว้ดังนี้
1. การจัดระบบการกระจายอำนาจด้านวิชาการ การบริหารงานบุคคล งบประมาณ และการบริหารทั่วไป สำหรับเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. พัฒนาผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ และครูแกนนำ ของเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและสามารถขยายผลได้เต็มพื้นที่
3. นำร่องการบริหารจัดการแบบการกระจายอำนาจในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีศักยภาพและความพร้อมในทุกเขตพื้นที่
4. จัดระบบกำกับ ดูแล ช่วยเหลือ ติดตาม ประเมินผล วิจัย และการติดตามการใช้อำนาจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
5. ประชาสัมพันธ์อย่างเป็นระบบและทั่วถึง เพื่อสื่อสาร สร้างความเข้าใจ ให้บุคลากรทุกระดับ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และสาธารณชน รับรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้และรวมพลังขานรับการกระจายอำนาจพร้อมกันทั้งประเทศ
ภาพความสำเร็จ
ความสำเร็จของการกระจายอำนาจจะมีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ และเกิดผลเป็นรูปธรรม ดังนี้
1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีระบบการบริหารและการจัดการศึกษาที่รองรับการกระจายอำนาจได้ อย่างมีประสิทธิภาพ
2. สถานศึกษาประเภทที่หนึ่ง มีอิสระคล่องตัว สามารถบริหารและจัดการศึกษาในสถานศึกษาได้สะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของการบริหารจัดการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน และการบริหารงานด้วยระบบเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการศึกษา พัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่เวทีสากล
3. สถานศึกษาประเภทที่สองบริหารและจัดการศึกษาโดยกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษา ร่วมคิด
ร่วมทำ ร่วมวางแผน ช่วยเหลือเกื้อกูลในการบริหารและการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาสู่การเป็นสถานศึกษาประเภทที่หนึ่ง ต่อไป
|